ดูดไขมัน “หน้าท้อง”

ดูดไขมันหน้าท้อง

ดูดไขมันหน้าท้อง ธรรมชาติของหน้าท้องปกติจะมีไขมันสะสมอยู่ เนื่องจากเป็นบริเวณที่กว้างและมีชั้นผิวหนา ที่สามารถเกิดการสะสมไขมันใต้ชั้นผิวได้ อีกทั้งการรับประทานอาหารที่มากเกินไป โดยเฉพาะอาหารรสจัด อาหารที่มีน้ำตาล หรืออาหารที่มีไขมันสูง ซึ่งเป็นสาเหตุที่ส่งผลให้น้ำหนักตัวมากขึ้น จะทำให้เกิดภาวะอ้วนลงพุงที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน ทุกเพศ ทุกวัย หรือแม้กระทั่งกลุ่มบุคคลที่มีน้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งมีโอกาสที่มีไขมันสะสมอยู่ภายในช่องท้อง หรือแทรกอยู่ตามกล้ามเนื้อ การกำจัดไขมันหน้าท้องด้วยวิธีการดูดไขมันจึงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการมีหน้าท้องที่แบนราบ

ดูดไขมัน หน้าท้อง เจ็บไหม ?

สำหรับบุคคลที่ต้องการดูดไขมันหน้าท้อง และมีความกังวลในเรื่องของความเจ็บ หรือคิดว่าการดูดไขมันหน้าท้องเป็นเรื่องที่อันตราย ปัจจุบันเทคนิคการดูดไขมัน มีเทคโนโลยีที่ก้าวไกลและทันสมัยมากขึ้นกว่าการดูดไขมันสมัยก่อน เพื่อให้คนไข้รู้สึกเจ็บน้อยลงในระหว่างที่ทำการดูดไขมัน อีกทั้งยังอำนวยความสะดวกให้กับแพทย์มากขึ้น การดูดไขมันด้วยวิธีสมัยก่อน เครื่องมือและเทคโนโลยียังไม่พัฒนาเทียบเท่ากับการดูดไขมันในปัจจุบัน ซึ่งอุปกรณ์ที่ใส่เข้าไปในชั้นไขมันเพื่อทำการดูดไขมัน มีโอกาสสูงมากที่จะโดนเส้นเลือด เส้นประสาท และเนื้อเยื่อ หากแพทย์ไม่ระมัดระวังระหว่างทำการดูดไขมัน หรือมีความเชี่ยวชาญในการดูดไขมันไม่มากพอ ก็อาจใส่เข้าไปลึกจนถึงชั้นกล้ามเนื้อได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าวข้างต้นนี้เอง คนไข้จะมีความเจ็บปวดในขั้นตอนการฉีดยาชาก่อนการดูดไขมัน หลังจากนั้นในช่วงแรกไปจนถึงช่วงกลาง ๆ ในระหว่างการดูดไขมันหน้าท้อง คนไข้อาจจะไม่รู้สึกถึงความเจ็บ เมื่อชั้นไขมันบางลง ไขมันที่ยังเหลือติดอยู่กับผิวหนังและกล้ามเนื้อ อาจจะทำให้คนไข้มีความรู้สึกเจ็บบ้าง หรือแปลบ ๆ บ้างในบางครั้ง แต่จะไม่เจ็บตลอดเวลา วิธีการดูดไขมันในปัจจุบันจึงเป็นที่นิยมสำหรับบุคคลที่อยากลดไขมันหน้าท้อง เนื่องจากเจ็บน้อย และมีความปลอดภัยสูง อีกทั้งยังเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจน

ดูดไขมันหน้าท้องต้องวางยาสลบไหม ?

โดยทั่วไปการดูดไขมันหน้าท้องมี  2 วิธีการ คือการดูดไขมันหน้าท้องแบบดั้งเดิมโดยการใช้ยาสลบ และวิธีการดูดไขมันแบบปัจจุบัน ดูดไขมันหน้าท้องด้วยเทคนิคการใส่ยาชา (Tumescent ) หรือสารละลายน้ำเกลือที่เนื้อเยื่อไขมัน ซึ่งทั้งสองวิธีการมีผลข้างเคียงที่ต่างกัน โดยการเลือกใช้จะขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้ สภาพร่างกายของคนไข้ และการพิจารณาของแพทย์เป็นหลักซึ่งในปัจจุบันการเลือกใช้ยาชาเฉพาะส่วน เป็นที่นิยมมากกว่าการใช้ยาสลบ เนื่องจากยาชามีผลข้างเคียงน้อยกว่าและฟื้นตัวได้เร็ว

ต้องเลือก ดูดไขมันหน้าท้องวิธีไหน ให้เหมาะกับเรา ?

ดูดไขมันหน้าท้อง เป็นที่นิยมมากที่สุดทั้งในผู้หญิงและผู้ชาย เพราะเป็นส่วนที่เห็นได้ชัดเจนและเด่นชัดที่สุดในการใช้ชีวิตประจำวัน การดูดไขมันหน้าท้องมีหลายวิธีการ วิธีการไหนจะเหมาะสมกับเรา เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาของผิวต่างๆ เช่น ผิวขรุขระ ไม่เรียบเนียน เป็นต้น วิธีที่ใช้ในการดูดไขมันหน้าท้องมีด้วยกันหลายวิธี แต่ละวิธีนั้นแตกต่างกันอย่างไร ?

ดูดไขมัน FAT center มีวิธีไหนบ้าง?

การดูดไขมันในปัจจุบันนิยมแบ่ง และเรียกตามชื่อเครื่องมือที่ใช้ในการดูดไขมัน เช่น

  • Bodytite
  • Vaser Smooth 2.2
  • Microaire PAL

โดยเครื่องมือแต่ละชนิดถูกออกแบบมาเพื่อวัตถุประสงค์ต่างกัน Bodytite เน้นกระชับ Vaser lipo smooth 2.2 (vaser liposuction) และ Microaire PAL เน้นดูดออกปริมาณไขมันที่มากๆบางทีจึงจะเห็นแพทย์บางท่านใช้อุปกรณ์หลายชนิดร่วมกันเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดแหละหลายคนสงสัยและเกิดคำถามขึ้นมาว่าแล้วต้องใช้เครื่องมือไหนถึงจะดีที่สุดจริงๆแล้วการดูดไขมันออกมาให้ดีคือประสบการณ์ของแพทย์ที่ทำเพราะเรื่องนี้เป็นหัตถการที่ต้องอาศัยเวลาในการฝึกฝนทำบ่อยและประสบการณ์ของแพทย์ที่ทำซึ่งความแม่นยำไม่ได้เกิดจากอุปกรณ์ที่ดีอย่างเดียวแต่ต้องอดทนฝึกฝนทำซ้ำๆหลายๆครั้งจนมีความเชี่ยวชาญและชำนาญ

ดูดไขมันด้วยเครื่อง Body Tite

Body Tite คือ นวัตกรรมใหม่ล่าสุดที่ใช้คลื่นความถี่วิทยุ ในการสลายไขมัน ดูดไขมัน พร้อมยกกระชับผิว ซึ่งในปัจจุบันเป็นที่ยอมรับของวงการแพทย์ เพราะนอกจากจะทำการสลายไขมันพร้อมการดูดไขมัน ภายในครั้งแรกที่ทำการรักษา ยังช่วยให้กระชับเนื้อผิวที่หย่อนคล้อยได้นอกจากจะช่วยกำจัดไขมัน คลื่นความถี่วิทยุ ยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และการหดตัวของกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อชั้นบางๆ ที่อยู่ในผิวหนังทำให้ผิวหนังทั้งหมดกระชับขึ้น ไม่หย่อนคล้อย อีกทั้งยังทำให้รูปร่างได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น

ข้อดีของการดูดไขมัน Body Tite

  • หลังทำการรักษาผู้ป่วยไม่จำเป็นต้องพักฟื้น
  • แผลมีขนาดเล็ก เนื่องจากเครื่องมือมีขนาดเล็ก
  • ลดอาการเจ็บและการบวมช้ำ จากการดูดไขมัน
  • กระชับผิวเรียบเนียนได้โดยไม่เกิดปัญหาผิวเป็นคลื่นหลังการทำ
  • ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนในชั้นใต้ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังบริเวณที่ทำการรักษายกกระชับผิวเรียบเนียนได้โดยไม่เกิดปัญหาผิวเป็นคลื่นหลังการทำ

ดูดไขมันด้วยเครื่อง   Vaser Smooth 2.2

Vaser Smooth 2.2 เป็นวิธีการดูดไขมันโดยการใช้คลื่นอัลตราซาวด์ คือ การนำพลังงานเสียงมาเป็นตัวช่วยในการสลายไขมัน ทำให้ไขมันแตกตัวมีความละเอียด ง่ายต่อการดูดไขมันออก และเลือกเจาะจงเฉพาะตัวไขมันเพียงอย่างเดียว จึงทำให้ดูดไขมันออกจนหมดในครั้งเดียว พร้อมยังมีเครื่องมือที่คอยกระชับผิวระหว่างการดูดไขมัน โดยเครื่อง Vaser Smooth 2.2 จะมีพลังงานที่สูง จึงเหมาะกับการดูดไขมันบริเวณหน้าท้อง เนื่องจากดูดไขมันออกมาได้ในปริมาณมากและทำให้ผิวมีความกระชับ

ข้อดีของการดูดไขมัน Vaser Smooth 2.2

  • ช่วยลดอาการบวม และรอยเขียวช้ำ
  • แผลเล็ก ฟื้นตัวได้เร็วกว่าการดูดไขมันแบบทั่วไป
  • ดูดไขมันได้ในปริมาณมาก และลดเวลาในการดูดไขมัน
  • เทคโนโลยีมีความปลอดภัยได้รับการยอมรับจาก US FDA และ THAI FDA และมีประสิทธิภาพในการรักษาสูง

ดูดไขมันด้วยเครื่อง Microaire PAL

Microaire PAL เป็นการใช้วิธีการดูดไขมันโดยการสั่นสะเทือนเพื่อนำไขมันออกมาจากร่างกาย เป็นวิธีที่ไม่ใช้ความร้อน ไม่เจ็บ ไม่เสี่ยงผิวไหม้  รวมถึงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดไขมันได้ดีมากยิ่งขึ้นเพราะความถี่ในการสั่นจะช่วยให้ดูดไขมันได้ในปริมาณที่มาก รวมถึงรอยฟกช้ำน้อยกว่าการดูดไขมันแบบปกติ

ข้อดีของการดูดไขมัน Microaire PAL

  • ลดระยะเวลาในการดูดไขมัน
  • ดูดไขมันได้ในปริมาณมาก
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดไขมัน
  • แผลเล็ก หลังทำสามารถกลับบ้านได้ทันที
  • สามารถดูดไขมันซ้ำได้ในบริเวณที่เคยดูดไขมันมาก่อน
  • ลดการบาดเจ็บและลดการบอบช้ำของเนื้อเยื่อจากการเสียดสีขณะดูดไขมัน

ก่อนดูดไขมันหน้าท้อง ต้องเตรียมตัวอย่างไร ?

ปัจจุบันการศัลยกรรมดูดไขมันหน้าท้อง ถือเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย เนื่องจากเป็นวิธีที่สามารถกำจัดไขมันส่วนเกินออกไปจากร่างกายได้ เปลี่ยนหุ่นให้กระชับ ปรับรูปร่างให้ดูสวยงาม บุคคลที่จะดูดไขมันก่อนที่จะตัดสินใจควรศึกษาข้อมูล และมีการเตรียมความพร้อมก่อนดูดไขมัน เพื่อความปลอดภัยและผลการรักษาที่ดีกับคนไข้ การเตรียมความพร้อมต้องทำอย่างไรบ้าง ?

  1. ก่อนจะเลือกดูดไขมัน ควรดูดไขมันกับแพทย์ที่ได้รับใบประกอบวิชาชีพ และคลินิกที่ได้มาตรฐานมีใบอนุญาตถูกต้องเท่านั้น
  2. ก่อนทำการดูดไขมันต้องแจ้งแพทย์ว่ามีประวัติการแพ้ยาหรือไม่ เป็นสิ่งสำคัญมากเพื่อป้องกันการแพ้ยาระหว่างการดูดไขมัน
  3. ก่อนทำการดูดไขมันควรมีการตรวจเลือด เพื่อตรวจเม็ดเลือดและเกล็ดเลือด การแข็งตัวของเลือด เกลือแร่ในร่างกาย เพื่อความปลอดภัยของคนไข้เอง
  4. คนไข้ต้องศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับกระบวนการดูดไขมัน และความเสี่ยงต่างๆ ศึกษากระบวนการรักษาทั้งตอนดูดไขมันและหลังดูดไขมัน
  5. ควรวางแผนการพักฟื้นให้ดี หลังการผ่าตัดต้องดูแลแผลเป็นอย่างดี เพราะในช่วงแรกจะมีน้ำเกลือไหลซึมออกมาจากปากแผล แต่ก็เป็นแค่ช่วงเวลา 1-2 วันเท่านั้น
  6. ปรึกษาแพทย์ก่อนตัดสินใจดูดไขมัน แจ้งความกังวลกับแพทย์ว่าเรากังวลส่วนไหน ทำไมถึงอยากดูดไขมันบริเวณนี้ออก เพื่อประกอบการตัดสินใจของทั้งแพทย์และคนไข้
  7. คนไข้ต้องเตรียมพร้อมร่างกายก่อนดูดไขมันซึ่งเป็นสิ่งสำคัญมาก คนไข้ต้องงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อาหารเสริมต่างๆ และยากลุ่มแอสไพริน ก่อนทำการดูดไขมันอย่างน้อยเป็นเวลา 2 สัปดาห์

ดูดไขมันหน้าท้อง อันตรายไหม ?

หน้าท้องเป็นส่วนที่มีการสะสมของไขมันมากที่สุดในร่างกาย และยังเป็นส่วนที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในการดูดไขมันอีกด้วย การดูดไขมันหน้าท้องก็เช่นเดียวกับการดูดไขมันในตำแหน่งอื่นๆ หากทำตามขั้นตอนและวิธีการที่ถูกต้องภายใต้การดูแลของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญแล้ว แทบจะไม่ได้มีอันตรายอะไรเลย

หน้าท้องหย่อนคล้อย ย้วย หลังคลอด ดูดไขมัน ได้ไหม ?

การดูดไขมันหน้าท้องด้วย BodyTite เป็นทางเลือกใหม่ให้กับคนไข้ที่มีปัญหาหน้าท้องหย่อนคล้อยจากสาเหตุต่างๆไม่ว่าจะเป็นคุณแม่หลังคลอดหรือผู้ที่ลดน้ำหนักและมีผิวหนังหย่อนคล้อยโดยไม่ต้องผ่าตัดไม่มีแผลและไม่ต้องพักฟื้นหลังการรักษาหมดความกังวลรอยแผลผ่าตัดขนาดใหญ่

ดูดไขมันหน้าท้อง ต้องวางยาสลบไหม ?

การดูดไขมันในปัจจุบัน มีการนำเทคโนโลยีต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการสลายไขมัน ไม่จำเป็นต้องดมยาสลบใช้เพียงยาชาเฉพาะที่เท่านั้น คนไข้จะมีสติดีอยู่ตลอดเวลา สามารถพูดคุยกับคุณหมอได้ตลอด ดังนั้นจึงมีความปลอดภัยสูงกว่าการดูดไขมันสมัยก่อนมาก และในระหว่างการดูดไขมันคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ เพราะแพทย์ได้ทำการฉีดยาชาเข้าไปก่อนแล้ว

ดูดไขมัน หน้าท้อง มีขั้นตอนอย่างไร ?

ขั้นตอนการดูดไขมันหน้าท้อง เพื่อเตรียมพร้อมก่อนดูดไขมัน สำหรับบุคคลที่กำลังตัดสินใจจะดูดไขมันหน้าท้อง ควรศึกษาการเตรียมตัวก่อนดูดไขมันและขั้นตอนการดูดไขมัน เพื่อป้องกันการผิดพลาดหรือปัญหาต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ขั้นตอนการดูดไขมันหน้าท้อง เป็นการนำไขมันส่วนเกินที่ไม่ต้องการออก ด้วยเครื่องมือทางการแพทย์ วันนี้ FAT center มี ขั้นตอนการดูดไขมัน มาให้ทุกคนได้อ่านเพื่อเตรียมตัวก่อนมาดูดไขมัน ว่ามีขั้นตอนอย่างไรบ้าง ?

  1. การฉีดสารละลายน้ำเกลือ (Tumescent)

แพทย์ฉีดยาชา เพื่อเปิดแผล ขนาดประมาณ 0.5-1 cm หลังจากนั้นตัวยาชาและอะดรีนาลีนจะถูกฉีดเข้าไปในบริเวณหน้าท้อง เพื่อช่วยระงับความรู้สึกและช่วยลดอาการเสียเลือด การดูดไขมันด้วยเทคนิคนี้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัย และช่วยทำให้สามารถดูดไขมันออกมาได้ง่ายขึ้น

2. ขั้นตอนการดูดไขมัน

หลังจากการใส่ยาชาจนทั่วแล้ว จะเป็นขั้นตอนของการสลายไขมันหน้าท้อง เพื่อทำการสลายเซลล์ไขมันให้แตกออกโดยที่ไม่ทำอันตรายต่อเนื้อเยื่ออื่น ๆ เช่นเส้นเลือด หรือเส้นประสาทอื่นๆ เมื่อไขมันแตกสลายเป็นน้ำหมดแล้ว แพทย์จะทำการดูดไขมันออก โดยใช้เครื่องดูดไขมัน

3. ขั้นตอนการทำแผล

เมื่อดูดไขมันเสร็จจนหมดแล้ว แพทย์จะทำการเย็บแผล ซึ่งแผลจะมีขนาดเล็ก และเย็บไม่เกิน 2 เข็ม  หลังการผ่าตัด จะมีน้ำเกลือไหลออกมาจากแผลผ่าตัด ไม่เกิน 24-48 ชั่วโมง แพทย์จะเย็บแผลให้ปิดไม่สนิทมากเพื่อระบายน้ำเกลือและยาชาที่ค้างอยู่ออกจากร่างกาย จากนั้นยังช่วยลดอาการบวม ยุบบวมได้เร็ว หลังการรักษา คนไข้ต้องดูแลแผลเป็นอย่างดี ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสน้ำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

“หลังทำ” ดูดไขมันหน้าท้อง ต้องดูแลตัวเองอย่างไรบ้าง ?

การดูดไขมันเป็นการผ่าตัดรูปแบบหนึ่ง ความเจ็บปวดหรืออาการบวมช้ำต้องปรากฏอย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากการดูดไขมัน การดูแลตัวเองก็เป็นสิ่งสำคัญ และยังสามารถช่วยให้แผลจากการดูดไขมันหายเร็วขึ้น แต่การดูแลตัวเองหลังการดูดไขมันจะต้องทำอย่างไรบ้าง มีข้อปฏิบัติต่าง ๆ  ดังนี้

  1. ควรดื่มน้ำในปริมาณมาก อย่างน้อยวันละ 2 ลิตร
  2. งดการเคลื่อนไหวร่างกายอย่างรุนแรงเพื่อป้องกันแผลเปิด
  3. หากเกิดความผิดปกติหลังการดูดไขมัน ให้รีบไปพบแพทย์ทันที
  4. งดทานแอลกอฮอล์ อาหารหมักดอง รวมไปถึงการสูบบุหรี่เพื่อป้องกันแผลหายช้า
  5. ควรทำความสะอาดแผล 1-2 ครั้งต่อวัน  แผลห้ามโดนน้ำเป็นเวลา 7 วัน ตามคำแนะนำของแพทย์
  6. หลังจากดูดไขมันแล้วควรพักผ่อนให้เพียงพอ และขยับร่างกายบ้างเล็กน้อย เพื่อป้องกันอาการบวมช้ำ
  7. งดอาบน้ำในวันที่ดูดไขมัน โดยแนะนำเป็นการอาบน้ำในวันถัดไป และควรแปะพลาสเตอร์กันน้ำทุกครั้งก่อนอาบน้ำ
  8. สวมชุดกระชับสัดส่วนตลอด 24 ชั่วโมงใน 7 วันแรก หลังจากนั้นจึงค่อยลดลงตามความเหมาะสม ตามคำแนะนำของแพทย์
  9. รับประทานยาตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด ทานยาปฏิชีวนะติดต่อกันทุกวันจนหมด ควรรับประทานยาแก้ปวด และยาลดอาการบวม เมื่อมีอาการเท่านั้น
  10. ในส่วนของขั้นตอนการดูดไขมันนั้น คนไข้จำเป็นต้องศึกษาหาข้อมูลเบื้องต้นไว้ เพื่อที่จะได้เตรียมตัวก่อนดูดไขมันได้อย่างถูกวิธี เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดของการดูดไขมัน

ดูดไขมันหน้าท้อง ที่ FAT CENTER ดีอย่างไร ??

  • ทีมแพทย์ ดูแลใกล้ชิด อบอุ่นเป็นกันเอง
  • ราคาตรงปกไม่แพงไม่มีชาร์จ
  • “ห้องผ่าตัด” สะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐาน
  • พร้อมให้คำปรึกษาลูกค้า โดยทีมแพทย์ที่มีประสบการณ์ ไม่มีค่าใช้จ่ายในการเข้ารับคำปรึกษา
  • นวัตกรรมในการดูดไขมันทันสมัย ครบวงจร เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า
  • ติดต่อสอบถามราคาดูดไขมันล่าสุดปรึกษาฟรี

การใส่ชุดกระชับต้นขา สำคัญยังไง?

การดูดไขมันหน้าท้อง ออกมานั้นเป็นการกำจัดไขมันที่สะสมอยู่ในชั้นไขมันใต้ผิวหนัง โดยอยู่ระหว่างผิวหนังกับกล้ามเนื้อ ดังนั้นหลังจากที่เราดูดไขมันหน้าท้องออกมาแล้ว จึงเกิดช่องว่างภายใต้ผิวขึ้น ช่องว่างนี้จะมีลักษณะเป็นโพรง เราจึงต้องรีบปิดช่องว่างนี้ให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้ผิวอยู่ในสภาวะย้วยหรือหย่อนคล้อย

การใส่ชุดกระชับบริเวณหน้าท้อง เป็นหนึ่งในวิธีดูแลตัวเองหลังดูดไขมันที่สำคัญมากนะคะ เพราะสัดส่วนของเราจะเข้าที่เร็วขึ้นหรือช้าขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการสวมชุดกระชับสัดส่วนด้วย ยิ่งสวมนานมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้ผิวหนังติดกับกล้ามเนื้อได้เร็วเท่านั้น

ประโยชน์ของชุดกระชับ

  • ช่วยลดผลข้างเคียงจากการดูดไขมันหน้าท้อง
  • ลดอาการบวมเขียวช้ำ เพราะชุดกระชับจะทำหน้าที่กดทับในบริเวณที่เลือดออกและทำให้เลือดหยุดไหล ทำให้ลดอาการบวมช้ำได้
  • ช่วยลดการเกิดแผลเป็น หรือคีลอยด์
  • ช่วยรีดน้ำเกลือที่ยังเหลือภายในร่างกาย
  • คนไข้ฟื้นตัวเร็ว ทำให้สามารถกลับไปใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น
  • ลดการเกิดก้อนแข็งเป็นไต หลังดูดไขมันหน้าท้อง

รีวิวดูดไขมัน Fat center